2006/Nov/23

ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นอะไร ทำไมรู้สึกเหงาๆจังบางครั้งก็แอบมีเบื่อๆด้วย...แบบอยากอยู่เงียบๆคนเดียว กลัวจะเป็นโรคซึมเศร้าจัง T_T ยิ่งตอนนี้มีปัญหาสุขภาพด้วยยิ่งแย่ใหญ่ อยู่ๆก็สะบ้าหัวเข่าอักเสบซะงั้นเกิดมากะเค้าตั้งนานไม่เคยรู้เลยว่าชั้นนี่มันมีขาผิดปกติ พอทำๆงานไปก้มๆเงยๆ จากเข่ามันดังเอี๊ยด...ดๆ ก็กลายมาดังกร๊อบๆ ถี่ขึ้นทุกวัน บางครั้งก็มีปวดๆด้วยแต่ไม่ปวดมากเท่าไหร่ ไปหาหมอเค้าก็ให้ยามากินทั้งยาบำรุงข้อเอย แก้อักเสบเอย อย่างกับคนแก่อายุซัก60-70 ชั้นจะรอดไม๊เนี่ย สงสัยคงต้องไปออกกำลังกาย นี่ก็ว่าจะไปเต้นโยคะอยู่เห็นเค้าว่านอกจากเป็นการออกกำลังกายแล้วยังช่วยรักษาโรคแล้วก็ฝึกสมาธิไปในตัวด้วย ท่าจะดี ฮุ...ฮุ ส่วนเรื่องงานตอนนี้ก็เริ่มอยู่ตัวเพราะก็ใก้ลพ้นโปรเต็มทีจริงๆที่นี่โปรนานจังนี่ก็เกือบ8เดือนแล้วอ่ะ ก็นะจากฝันที่กลายเป็นจริง มากลายเป็นโศกนาฎกรรในการปรับตัวครั้งใหญ่ เหงาท้อแท้ ร้องไห้ สับสน สุดท้ายอดทน ทนๆๆๆๆ ปลอบใจตัวเองและได้กำลังใจจากคนรอบข้างจนมาถึงทุกวันนี้ก็กลายเป็นชินซะแล้ว เลยรู้สึกว่าเออก็ดีแฮะงานนี้ แต่มุมมองบางมุมมันเปลี่ยนไปเลยนะกับก่อนที่จะมาทำ คือbefore เนี่ยก็คิดแค่ว่า รายได้+สวัสดิการมันโอเค อิมเมจมันดี ได้เดินทางนู่นนี่แด่น..แด้น ไรเงี๊ยะ แต่พอ after ก็เรียนรู้เพิ่มว่ามันไม่ต้องผูกพันธ์ดีจบแล้วจบเลย+อาศัยความชำนาญล้วนๆเหอะ..เหอะ ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะยึดอาชีพนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเดี้ยงไม่ไหวค่อยเลิก ช่วงนี้ก็เลยเริ่มคิดๆอยากมีธุรกิเล็กๆเป็นของตัวเอง เพราะเริ่มเก็บตังค์ได้มีทุน ในหัวนี่มีอยู่หลายโปรเจคซึ่งคงต้องใช้เวลาหาทุนอีกซักพักก็น่าจะเริ่มได้ เดี๋ยวอะไรๆมันคงดีขึ้น..ลงตัวมากขึ้นทุกอย่างต้องใช้เวลาเสมอ ถึงบางครั้งเราอาจจะเหงา เศร้า เหนื่อย เบื่อ ขี้เกียจ ....แต่เราก็ต้องเดินหน้าพยามต่อไป เพื่ออนาคตที่ดี แล้ววันนึงเมื่อเราก้าวข้ามผ่านสิ่งต่างๆในวันนี้ไปได้ เเล้วมองย้อนกลับมามันก็จะมีความภูมิใจเสมอ...^O^

See ya my diary

2006/Nov/16

ว่าจะอัพบลอก ก็ไม่ได้ว่างเลยยยย ช่วงนี้มัวแต่ยุ่งกะเรื่องของน้อง นี่ก็ไม่กี่วันก็จะกลับ
มาแล้ว^o^ แอบดีใจคิดถึงไม่มีแนวร่วมไปดูหนังมาตั้งนาน นี่ก็Harry ใก้ลเข้าเต็มทีจะได้ไป
ดูรอมา 1 ปีแล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อนมีโอกาสได้ไปกาฏมันฑุ ถึงไม่ได้เด้งแต่ก็มีโอกาสได้
เห็นหลังคาโลกThe Everest ตื่นเต้นมากเพราะมันสูงจริงๆ แบบถ้าขับเครื่องบินเข้าไปใก้ลๆ
นี่คงชนแน่ๆเลย จากวันนั้นถัดมา2 วัน ก็ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอีก พอดีไปดมหมอนที่นาริตะ
มา ช่วงที่ออกรถดริ๊งค์กัปตันประกาศพอดีเลยแอบชะโงกไปมอง ^^ อยากบอกว่าภายใน 1
อาทิตย์เนี่ยมีโอกาสได้เห็นภูเขาที่แบบว่า ดังๆถึง 2 ลูก รู้สึกดีจังนี่ถ้าไม่ได้มีโอกาสทำงาน
ตรงนี้คงไม่ได้เห็นไรแบบนี้แน่ๆเลย โอ๊ย แล้วนาริตะคราวนี้หนุกมากกกก...ก ไปกะเพื่อน
ผู้ชาย 2 คน คนนึงเคยไป FUK ด้วยกันมา ส่วนอีกคนก็เป็นรุ่นน้องสมัยเรียนสามเสนเล่น
กันทั้งขาไป ขากลับมันมากจริงๆแบบว่าชวนกันไป AEON หน่ะ พอดีวันนั้นนายใจดีพี่เค้า
ก็ไปด้วย ไม่งั้นพวกเราคงหลงแน่เลย ขนาดมีเวลาซื้อของกันแค่ 1 ช.ม.ที่AEON แต่ทุกคน
ก็หอบกันมาคนละถุง 2 ถุง ขากลับพวกเราเหล่าTrainee ก็แวะ station ไปกินบะหมี่กัน กว่าจะ
ได้นอนก็ 24.00 นู่นแหนะ ตื่นเช้าขา shopอย่างเราก็ไม่ย่อท้อแอบแวะร้านใต้โรงแรมซื้อ
ของติดไม้ติดมือได้กันไปอีก 55...5 ปิดท้ายด้วยการไปแวะ Duty free at the airport อีก เอา
ซี่...เป็นอีกสองทริปทีดีจริงๆ
See you my diary


edit @ 2006/11/18 12:57:03
edit @ 2006/11/18 12:59:08


edit @ 2006/11/18 13:01:36

2006/Nov/16

วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน แม่ไปทำงานแล้วพาคุณยายไปด้วยเพราะจะไปเยี่ยมน้องปาล์ม

กัน ว่าไปตั้งแต่น้องเกิดเรายังไม่เคยไปเยี่ยมเลย(น้องนี่รุ่นลูกเราได้เลย T_T)วันนี้เอ็ม

กะพีช เห็นหน้าผ่านเวปแคม คิดถึงน้องเหมือนกัน เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วมั๊ง....เอา

เถอะๆ ชีวิตคนเรามันผกผันได้ตลอดเวลา ขอให้มันเปลี่ยนไปในทางที่ดี หรืออย่างน้อย

ไม่แย่กว่าที่เคยเป็นก็โอเคแล้วหล่ะ เราเองก็เหมือนกันปีนี้เป็นปีที่มีอะไรหลายๆ อย่าง

เกิดขึน ลาออกจากงานเก่า มาทำงานใหม่ เรียนเครื่องบินแบบใหม่ นี่ก็ย้านหนามบิน

ใหม่อีก รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ต้องปรับตัวตลอดเวลาเลย แต่เอาน่าอีกแป๊บก็คงชินเอง

ให้เวลากับมันหน่อย ซัก2 เดือนจากนี้คงลงตัวตอนนี้ก็ทำงานเก็บเงิน สร้างเนื่อ

สร้างตัว พยามหาไรทำแก้เหงาไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ได้คอมพ์กะเนทช่วยไว้ได้มากเลย

เพราะเพื่อนที่เค้าทำงานก็ได้คุยกันผ่านทางนี้ เดี๋ยวเรียนโทอีกก้คงมีอะไรทำ บางครั้ง

รู้สึกว่าว่างมากไปเลยทำให้ขี้เกียจ+ฟุ้งซ่าน เลยพยามหาอะไรทำแก้เหงา นี่ว่าไปก็

อยากมีธุรกิจเล็กๆน้อยๆกะเค้าเหมือนกัน...แต่ยังไม่รู้จะทำอะไรดีที่ลงตัว...ขาย

Giffarine แบบในโฆษณาเป็นไง..555เอาไว้คิดไปเรื่อยๆแล้วกัน

See ya my diary!

edit @ 2006/11/18 12:56:03